บริษัท พีพี ออนไทม์ จำกัด
ผู้เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีสารสนเทศมากกว่า 25 ปี ให้บริการครบวงจรตั้งแต่ให้คำปรึกษา ออกแบบ ติดตั้ง ไปจนถึงบำรุงรักษาระบบสื่อสารไร้สาย
โดยใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย ด้วยความเชื่อมั่นจากหน่วยงานภาครัฐ องค์กรเอกชน และธนาคารมากกว่า 35,000 วงจรทั่วประเทศ
พร้อมให้บริการ Software as a Service และบริการ IT Outsourcing
-
ผู้นำในการให้บริการ
ผู้นำในการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศสมัยใหม่ (Ultimate IT Services: IaaS, PaaS, SaaS)
-
ผู้นำในการให้บริการ
ผู้นำในการให้บริการด้านเทคโนโลยีสารสนเทศและ การสื่อสาร (ICT) แบบครบวงจร
-
ผู้รวมระบบงาน
ผู้รวมระบบและการบริการให้เป็นหนึ่งเดียว เพิ่มประสิทธิภาพและลดความซับซ้อนของโครงสร้างงาน
-
โครงข่ายไร้สายทั่วประเทศ
ให้บริการการสื่อสารไร้สาย (เช่น 3G, 4G, 5G, LTE MPLS) ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศไทย -
โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล
ให้บริการโครงสร้างพื้นฐานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ “Ultimate IT Services” (เช่น IaaS, PaaS, SaaS) -
โซลูชันซอฟต์แวร์ธุรกิจ
ผู้เชี่ยวชาญในการพัฒนาและให้บริการซอฟต์แวร์ ธุรกิจครอบคลุมระบบ CRM, ERP, POS
ประวัติความเป็นมา
2541
การวางรากฐานองค์กร
เริ่มก่อตั้งธุรกิจ ด้วยวิสัยทัศน์ของคุณชาลี ศิลารักษ์ ที่จะเป็น ผู้นำด้านการให้บริการเครือข่ายและโทรคมนาคม แบบครบวงจรของประเทศไทย
2542
เริ่มดำเนินงานอย่างเป็นทางการ
พีพี ออนไทม์ สร้างธุรกิจที่มีความแข็งแกร่งในด้านการ ให้บริการ เครือข่ายและโทรคมนาคม สำเร็จภายในปีแรก
2543
ก้าวสู่การเติบโตอย่างยั่งยืน
พีพี ออนไทม์ เติบโตอย่างก้าวกระโดด ทำรายได้ถึง 200% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมา
2544
เสริมโครงสร้างองค์กร
ขยายพื้นที่สำนักงานใหญ่ เพื่อรองรับอัตราการเติบโตของบริษัท และเริ่มให้บริการธุรกิจ VoIP/IP Telephony
2545
การพัฒนานวัตกรรมด้านสื่อสาร
พีพี ออนไทม์ เริ่มออกแบบและพัฒนาอุปกรณ์ VoIP Box เพื่อรองรับ VoIP Solution แบบครบวงจร
2546
ขยายบริการสู่โซลูชันครบวงจร
ขยายธุรกิจ โดยเน้น EFTPOS Solution สำหรับร้านค้าปลีก และร่วมพันธมิตรกับบริษัทที่มีชื่อเสียง ในการจำหน่าย ผลิตภัณฑ์ฮาร์ดแวร์และซอฟท์แวร์
2547
ขยายบริการสู่ตลาดต่างประเทศครั้งแรก
พีพี ออนไทม์ ได้ให้บริการ VoIP กับลูกค้าในประเทศลาว ผ่านระบบ Network ซึ่งทำรายได้ให้กับพีพี ออนไทม์ 25% ในปีแรกของการดำเนินงาน
2548
พร้อมเปิดตัวบริการใหม่ รุกตลาดอินโดจีน
พีพี ออนไทม์ ได้ให้บริการ VoIP กับลูกค้าในภูมิภาคอินโดจีน และเอเชียแปซิฟิก และเปิดตัวการบริการ GPRS และ EDGE รองรับการทำงาน Wireless Express
2549
พัฒนานวัตกรรม Wireless Solution
คิดค้นและพัฒนาแอพลิเคชั่นระบบ ERP, CRM, GPS และ 3G เพื่อให้บริการกลุ่มลูกค้า และทำการตลาดเชิงรุกกับกลุ่มลูกค้าธนาคาร เพื่อเป็นผู้นำด้าน Wireless Solution ในประเทศไทย
2550
เปิดตัว Dual SIM และทดสอบ 3G กับผู้ให้บริการ
พัฒนาผลิตภัณฑ์ Dual SIM Wireless โดยมีกลุ่มลูกค้าธนาคารที่มีชื่อเสียง อาทิ ธนาคารกสิกรไทย, ธนาคารกรุงศรี เป็นต้น และทดสอบสัญญาณ 3G Network ร่วมกับ CAT และ Hutch
2551
พัฒนาระบบควบคุมสาขาจากส่วนกลาง
คิดค้นและพัฒนา Change Management System โดย Control ระบบจากส่วนกลางไปยังสาขาปลายทาง
2553
ขยายศูนย์บริการ 10 จังหวัด
พีพี ออนไทม์ ขยายศูนย์บริการ 10 จังหวัด เพื่อพัฒนาการให้บริการที่ครอบคลุมและดียิ่งขึ้น
2554
บริการ Monitor & Support 24 ชั่วโมง
พัฒนาการบริการแบบเชิงรุก โดยทำการ Monitor และแก้ปัญหาให้ลูกค้าตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านโปรแกรม Ticket
2557
เปิดตัว 3G MPLS สำหรับองค์กร
เปิดตัวผลิตภัณฑ์ 3G MPLS ที่มีความเร็วสูงและปลอดภัยในการเชื่อมต่อระหว่างสำนักงานใหญ่ไปยังสาขา ผ่านเครือข่าย 3G/4G โดยให้บริการกับกลุ่มลูกค้าองค์กร
2558
เปิดบริการ iUPS ระบบ UPS แบบ Proactive
เปิดตัวบริการ iUPS : บริหารจัดการระบบสำรองไฟฟ้า (UPS) แบบ Proactive ผ่านเครือข่าย PP Ontime ตลอด 24 ชั่วโมง
2560
ย้ายสำนักงานใหญ่ และขยายศูนย์ฯเป็น 26 แห่ง
ย้ายสำนักงานใหญ่ เพื่อรองรับการขยายตัวของบริษัทฯ มาอยู่ ณ อาคารศุภาลัย แกรนด์ ทาวเวอร์ และขยายศูนย์บริการครบ 26 ศูนย์ทั่วประเทศ เพื่อครอบคลุมการบริการให้ทั่วถึงยิ่งขึ้น
2562
เปิดตัว Digital Signage ควบคุมจากศูนย์กลาง
เปิดตัวบริการ Digital Signage (ป้ายโฆษณาดิจิตอล) ที่สามารถบริหารจัดการได้จากจุดเดียว ผ่านเครือข่าย 3G/4G ตลอด 24 ชั่วโมง
2564
ได้รับมาตรฐาน ISO/IEC 20000-1:2018 และ 29110
พีพี ออนไทม์ ได้รับการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO/IEC 20000-1:2018 ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารจัดการและรับประกันคุณภาพงานบริการ และการรับรองมาตรฐานคุณภาพ ISO/IEC 29110-4-1:2018 ซึ่งมุ่งเน้นการบริหารงานและคุณภาพกระบวนการผลิตซอฟท์แวร์
2566
พัฒนาระบบ POS แบบ Customize (Alpha X)
พัฒนาระบบ POS แบบ Customize (Alpha X) การให้บริการ IT Outsourcing & Consulting และโครงการ LTE MPLS สำหรับลูกค้าหลายราย โดยเชื่อมต่อสาขาระยะไกลหลายแห่งเข้ากับสำนักงานใหญ่เพื่อรองรับการใช้งาน POS, EDC และ CCTV
2567
เพิ่มศูนย์บริการเป็น 31 แห่งทั่วประเทศ
มีการเพิ่มศูนย์บริการให้ครอบคลุมจาก 26 ศูนย์บริการ เป็น 31 ศูนย์บริการทั่วประเทศ
2568
เปลี่ยนยานพาหนะบริการเป็นรถยนต์ไฟฟ้า
เปลี่ยนยานพาหนะให้บริการทั้งหมดของบริษัทจากการใช้เชื้อเพลิงมาเป็นรถยนต์ไฟฟ้า เพื่อช่วยลดภาวะโลกร้อนและ Carbon Footprint
